สึนามิที่ซุนดาแดนอิเหนา โลกโศกเศร้าส่งท้ายปี

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้งที่สุดในโลก ตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนแนวรอยต่อของเปลือกโลกที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟ” หรือ “วงแหวนไฟแห่งแปซิฟิก” ประเทศแห่งนี้ยังคงเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน และโดยเฉลี่ยต้องเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทุก 1-2 ปี

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้งที่สุดในโลก ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นหมู่เกาะ อีกทั้งตำแหน่งที่ตั้งยังอยู่บนแนวรอยต่อของเปลือกโลกที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟ” หรือ “วงแหวนไฟแห่งแปซิฟิก” โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 9.1 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ก่อให้เกิดสึนามิซัดถล่มชายฝั่ง 14 ประเทศ รวมถึงไทย จนมีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 220,000 ศพ และมากกว่าครึ่งพบในอินโดนีเซียนั้น ประเทศแห่งนี้ยังคงเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน และโดยเฉลี่ยต้องเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทุก 1-2 ปี

อย่างไรก็ตาม เฉพาะในปี 2561 อินโดนีเซียเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอย่างน้อย 5 ครั้ง หนึ่งในนั้นคือแผ่นดินไหวรุนแรง 7.5 แมกนิจูด ซึ่งก่อให้เกิดสึนามิซัดเข้าสู่ชายฝั่งของเกาะสุลาเวสี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,200 ศพ แต่ยังสูญหายอีกมากกว่า 1,000 คน แน่นอนด้วยความที่เป็นประเทศซึ่งต้องประสบกับธรณีพิบัติภัยบ่อยครั้งขนาดนี้ อินโดนีเซียจึงต้องมีการติดตั้งระบบเตือนภัยชุดใหญ่และต้องมีประสิทธิภาพในการตรวจจับอย่างละเอียดสูงสุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความพยายามในการปรับปรุงระบบดังกล่าวพบกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กว่า ตั้งแต่การขาดความชำนาญของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเอง ไปจนถึงการขาดแคลนงบประมาณ ที่เป็นผลจากความขัดแย้งและการทุจริตในระบบราชการ

ทว่าต่อให้มีการยกระดับระบบเตือนภัยสึนามิขึ้นมา แต่ขอบเขตของการตรวจจับส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ “แหล่งกำเนิดของเสียงและแรงสั่นสะเทือน” ที่มาจากแผ่นดินไหวเป็นหลัก ซึ่งสถานการณ์ที่ช่องแคบซุนดานั้น “แตกต่างอย่างสิ้นเชิง” และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญรอบใหม่ที่มนุษย์ต้องศึกษาอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มการเตรียมความพร้อมรับมือกับสึนามิที่ “สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา” โดยเฉพาะกับประเทศที่ยังคงมีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่

ภูเขาไฟ “อานัค กรากาตัว” ที่มีความสูงเพียง 305 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาไฟ “กรากาตัว” ซึ่งมีความสูง 813 เมตร โดยอานัค กรากาตัว ถือเป็นเกาะภูเขาไฟเกิดใหม่เมื่อปี 2470 หลังการปะทุอย่างรุนแรงเมื่อเดือนส.ค. 2426 ของภูเขาไฟกรากาตัว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 36,000 ศพ และความรุนแรงของการปะทุส่งผลให้พื้นที่บางส่วนของเกาะจมลงไปอยู่ใต้ทะเล และอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในเวลานั้นลดลงถึง 1 องศาเซลเซียส ปัจจุบันภูเขาไฟกรากาตัวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟ 127 ลูกของอินโดนีเซียที่ยังคงคุกรุ่นอยู่

ประชาชนตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา และทางตอนเหนือของเกาะชวา ดำเนินชีวิตตามปกติในวันที่ 22 ธ.ค. จนกระทั่งเมื่อถึงช่วงค่ำของวันเดียวกัน คลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าฝั่งอย่างฉับพลันชนิดที่ไม่มีใครตั้งตัวมาก่อน เดิมทีทุกคนไม่มีใครคิดว่าคลื่นที่โหมกระหน่ำเข้ามาด้วยความรุนแรงและความเร็วสูงนั้นจะเป็นสึนามิ เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ “ฉีกทุกกฎ” เนื่องจากไม่มีสัญญาณเตือนภัยมาก่อน โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล แม้สาเหตุของการเกิดสึนามิแบบ “เซอร์ไพร้ส์” ครั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผู้สันทัดกรณีส่วนใหญ่วิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่าเป็นเพราะดินถล่มใต้ทะเลที่ในครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณฝั่งตะวันตกของภูเขาไฟอานัค กรากาตัว เป็นปัจจัยสำคัญกระตุ้นให้เกิดสึนามิ แต่น้อยครั้งมากที่จะมีสึนามิเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของภูเขาไฟ

สึนามิที่ช่องแคบซุนดาครั้งนี้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วมากกว่า 400 ศพ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 1,500 คน และยังสูญหายอีกราว 150 คน ทุกชีวิตที่เสียไปถือเป็นการสูญเสียอันประเมินค่ามิได้ของบุคคลใกล้ชิดซึ่งยังคงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและความรู้สึกที่จะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งหนึ่งในเรื่องราวที่สะเทือนใจคนทั้งโลกมากที่สุดจากธรณีพิบัติภัยครั้งนี้ คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับวงป๊อป-ร็อก “เซเว่นทีน” (Seventeen) เซเว่นทีนเป็นวงที่ก่อตั้งเมื่อปี 2541 แรกเริ่มเดิมทีมีสมาชิก 6 คน ก่อนที่นับตั้งแต่ช่วงปี 2550 เป็นต้นมาเหลือสมาชิก 4 คน คือ รีเฟียน “อีฟาน” ฟาจาร์ซยาห์ นักร้องนำ แฮร์มัน ซิกัมบัง ในตำแหน่งกีตาร์ อาวัล ปูร์บานี มือเบส และวิษณุ แอนดี ดาร์มาวัน ในตำแหน่งมือกลอง เซเว่นทีนออกอัลบั้มเต็มมาแล้ว 6 ชุด มีเพลงดังมากมายและถือเป็นหนึ่งศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการเพลงของอินโดนีเซีย

คลิปช่วงเวลาที่วงเซเว่นทีนกำลังแสดงสดอยู่บนเวที ในงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่รีสอร์ทตันจุง เลซุง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียง ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางเหนือของเกาะชวา และรัฐบาลอินโดนีเซียหวังพัฒนาให้เมืองแห่งนี้เป็น “บาหลีแห่งที่สอง” เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตาไปทางเหนือโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ในระหว่างที่ทั้งศิลปินและกลุ่มผู้ชุมนุมกำลังสนุกสนานร่วมกัน ทุกอย่างหายไปภายในเพียงพริบตาเดียว เมื่อ
สึนามิซัดทำลายทุกอย่างในงานราบคาบภายในเสี้ยววินาทีเดียว

มาหมัด เซเตียดี หนึ่งในทีมงานเบื้องหลังซึ่งเป็นฝ่ายจัดเตรียมสถานที่ก่อนการแสดงและรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด กล่าวว่าคลื่นซัดเข้ามาอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตกใจของทุกคน และเซเตียดีรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อพบว่าตัวเองอยู่บนยอดต้นไม้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการปีนขึ้นไปโดยสัญชาตญาณ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก สมาชิกในวงทั้ง 4 คน รวมถึงนาเดีย ซารายา ภรรยาของฟาจาร์ซยาห์ซึ่งนอกจากเป็นนักแสดงและพิธีกร ยังมาช่วยให้กำลังใจอยู่หลังเวทีด้วย ทุกคนต่างกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางเพราะกระแสน้ำ

ในที่สุดเป็นที่ยืนยันแล้วว่า ฟาจาร์ซยาห์เป็นคนเดียวที่รอดชีวิต การที่ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้บอกลากับผู้ที่จากไป ไม่ต่างอะไรกับการทิ้งให้คนที่เหลืออยู่ใช้ชีวิตอย่าง “ตายทั้งเป็น” ฟาจาร์ซยาห์กล่าวขอให้ทุกคนอโหสิกรรมให้กับสิ่งที่ซารายาอาจทำให้ใครไม่พอใจ ศิลปินหนุ่มทิ้งท้ายว่าเขาไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ ภรรยาของเขาเองก็เช่นกัน แต่เขาเชื่อว่าทุกคนต่างพยายามอย่างสุดความสามารถ ในการทำ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับคนที่รัก

สึนามิเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที ซัดเข้าฝั่งมาแล้วสลายตัวไปภายในเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่องรอยความเสียหายและความสูญเสียที่ทิ้งไว้คงเป็นสัญญาณเตือนจากธรรมชาติที่ต้องการเตือนมายังมนุษย์ซึ่ง “ทำร้าย” ธรรมชาติมายาวนานเกินไปแล้ว ว่าจงใช้ชีวิตอย่างมีสติและมอบความรักให้แก่กันไว้ อีกทั้งภัยธรรมชาติในหลายกรณีสามารถป้องกันได้ สุดแล้วแต่ว่ามนุษย์จะให้ความจริงกับเรื่องนี้มากแค่ไหน.