สั่งหาแก้มลิง3แสนไร่ช่วยกทม.ฝั่งตะวันออกรับมือฤดูฝน

กรมชลฯพร่องน้ำเขื่อนใหญ่รับมือหน้าฝน เตรียมพื้นที่ว่าง 4เขื่อนหลัก เผยนายกฯสั่งหาแก้มลิงรอยต่อฉะเชิงเทรา-นครนายก-ปราจีนบุรีช่วยกทม.ฝั่งตะวันออก”

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำโดยมี หน่วยงานเกี่ยวข้องด้านน้ำร่วมกับกรมชลประทาน มีมติให้พร่องน้ำในเขื่อนหลักทั่วประเทศ โดยในปัจจุบันเหลือร้อยละ 61-65  เพื่อเตรียมรองรับฤดูฝน ทั้งนี้คาดการณ์ว่าสถานการณ์ปริมาณฝนปีนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ  ทั้งนี้ฤดูฝนมาเร็วกว่าปี2560 ประมาณสองสัปดาห์ จึงได้วางแผนการบริหารจัดการฤดูน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ที่จะหลากมาช่วงเดือนก.ย. ได้เตรียมพื้นที่ลุ่มบางระกำ กว่า 3.82 แสนไร่ ซึ่งได้นำน้ำที่พร่องจากเขื่อนมาให้ชาวนาลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วขึ้น 1 เดือน ซึ่งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวสามารถเป็นแก้มลิงธรรมชาติรับน้ำได้กว่า 2 พันล้านลบ.ม. อีกทั้งขณะนี้เริ่มมีฝนตกทยอยจากภาคเหนือตอนบน ได้เตรียมพื้นที่ว่างรับน้ำเข้าเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักฯ เป็นต้น

“ทั้งนี้นายกฯได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานช่วยกันแก้ปัญหาสำคัญเกิดท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯจากฝนที่ตกลงมาตรงๆในพื้นที่ รวมทั้งถ้าเจอกับน้ำทะเลหนุน เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนช่วยกันแก้ไข  โดยระดมทุกภาคมาช่วยกทม. โดยคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ( กนช.)ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานจะหารือเรื่องนี้ เพื่อรับมือ”นายวิวัฒน์ กล่าว

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กรมชลฯได้บริหารจัดการน้ำให้มาตรงเวลา เช่น ในช่วงนี้ควรจะปล่อยมาได้ผ่านกทม. ส่วนช่วงฝนหนักต้องหยุดไว้ตอนบน หาที่เก็บไว้ในเขื่อน แก้มลิง และหาพื้นที่เป็นหนองน้ำ หลุมขนมครก รวมทั้งได้หาพื้นที่ฝั่งตะวันออกไว้ด้วย กักน้ำไม่กระทบกรุงเทพฯแถบลุ่มบางปะกง ตนได้สั่งการกรมชลฯหาพื้นที่ไว้อีก 3 แสนกว่าไร่ สามารถใช้เป็นแก้มลิงรองรับน้ำหลากได้ทันฤดูฝนนี้ โดยกรมชลฯได้ ส่งรายละเอียดมาแล้วเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรอยต่อ จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีน ซึ่งเป็นแอ่งกระทะ หากบริหารจัดการได้ดี จะเหมือนกับ ลุ่มเจ้าพระยา โดยบริหารช่วงเวลาน้ำหลากไม่มากระทบพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล.